Thai-Aupair Logo
Thai-Aupair Logo
× Home About Us News & Promotions Being An Au Pair Au Pair Programs Study & Work Programs Visa Support Videos & Photo Gallery APPLY NOW !! Contact Us
aupair-programs

Get to Know Each Country!

อเมริกา:

ประเทศอเมริกา ประเทศที่หลายๆ คนใฝ่ฝันว่าอยากไปเที่ยวสักครั้งในชีวิต ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่าง พบความหลากหลายในแต่ละรัฐ อีกทั้งยังได้มีโอกาสท่องเที่ยวสถานที่ในฝัน ตามรอยภาพยนตร์ดัง ไม่ว่าจะเป็นสะพานโกลเด้นเกท ลาสเวกัส แกรนด์แคนย่อน ลอสแองเจลิส ถนนฮอลิวู้ด เบเวอร์รี่ฮิลล์ ดิสนีย์แลนด์ ยูนิเวอร์แซล ฮาวาย เกาะฮอนโนลูลู เพิร์ลฮาเบอร์ ฟลอริด้า ไมอามี่เอ็มไพร์สเตจ ทำเนียบขาวในเมืองวอชิงตันดีซี เทพีเสรีภาพที่มหานครนิวยอร์กเมืองที่เต็มไปด้วยผลงานที่น่าสนใจทางด้านศิลปะและความหลากหลายของคนท้องถิ่น มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่ให้เข้าชมฟรี รวมไปถึงได้มีโอกาสเข้าร่วมในเทศกาลวันสำคัญต่างๆ ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการสนุกสนานกันได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

ออสเตรเลีย:

ประเทศออสเตรเลีย ประเทศที่รู้จักกันติดปากว่า แดนจิงโจ้ มีความหลากหลายในวัฒนธรรมของตัวเอง แต่แฝงไว้ด้วยความสงบและน่าพักผ่อน ล้อมรอบไปด้วยเกาะกว่า 8,000 แห่ง มีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่งดงามซึ่งจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกว่าประเทศอื่นใดในโลก พร้อมเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงละครโอเปร่าเฮ้าส์ ที่ได้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่จากองค์การยูเนสโก สัญลักษณ์ของเมืองซิดนีย์ เคียงคู่กับสะพานฮาร์เบอร์วน อุทยานบลูเม้าท์เท่น หิน Twelve Apostles ซึ่งตั้งชื่อตาม 12 นักบุญและวิวท้องทะเลที่สวยงาม ขบวนพาเหรดนกเพนกวินบนเกาะฟิลลิป และโกลด์โคสท์ เมืองสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่มีหาดทรายสีทองยาวสุดสายตา เกาะมอเรตันที่เต็มไปด้วยความงามของหาดทรายและโลมาแสนรู้ SEA WORLD สวนสนุกทางน้ำที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่ตื่นเต้นมากมาย และมูฟวี่เวิลด์ ที่รอผู้เข้าร่วมโครงการอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย

เบลเยียม:

ประเทศเบลเยียม เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างจากดินแดนอื่นในโลก เป็นดินแดนแห่งสถาปัตยกรรมอันน่าประทับใจ อาหารรสเยี่ยม พระราชวังและมหาวิหารตระการตา ที่เมืองแอนต์เวิร์ป –เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ และยังเป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่น เมืองบรูจส์ – เมืองมรดกโลกที่มีความสวยงามของบ้านเมือง เพราะบ้านแทบทุกหลังในเมืองนี้เป็นบ้านสไตล์อิฐ ให้อารมณ์เก่าแก่แบบน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ที่ประเทศเบลเยียมผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลอันสนุกสนาน การคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและราคาไม่สูงจนเกินไป และยังสามารถเดินทางไปประเทศอื่นๆได้สะดวกมากจากที่นี่ เช่น จากบรัสเซลล์ไปปารีส(ฝรั่งเศส) หรือจากบรัสเซลล์ไปอัมสเตอร์ดัม(เนเธอร์แลนด์)ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เป็นหนึ่งในประเทศที่รายรอบไปด้วยอาหารรสเลิศ ช็อกโกแลตร้านดังที่มีรสชาติหอมหวานและคุณภาพดีที่สุดในโลก วาฟเฟิลที่นี่ก็ขึ้นชื่อมากๆเช่นกัน

เยอรมัน:

ประเทศเยอรมันขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ สะอาด และเงียบสงบ เยอรมันเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศในทวีปยุโรป เพราะการมีที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรปนี้ทำให้เยอรมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวในแถบนี้ ภูมิประเทศของเยอรมันมีทิวทัศน์ที่งดงามแตกต่างกันไปหลายรูปแบบ สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในเยอรมันได้แก่ โบสถ์ วิหาร และสถาปัตยกรรมสวยงามมากมาย อาทิ กำแพงเบอร์ลิน (Berliner Mauer) อดีตแห่งการแบ่งแยกที่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่กิโลเมตร เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับคนรุ่นหลัง ประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburg Gate) โดยเป็นจุดแบ่งกรุงเบอร์ลินออกเป็นสองส่วน คือตะวันออกและตะวันตก พระราชวังวีร์สบวร์ก – พระราชวังที่ติดอันดับพระราชวังบาร็อคที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ปราสาทนอยชวานชไตน์ – สัญลักษณ์ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ซึ่งประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากหลายสี มีทะเลสาบและธารน้ำล้อมรอบ ภายในตัวปราสาทที่ตกแต่งไว้อย่างอลังการ จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) – ศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ มีสิ่งที่น่าชมมากมายเช่น รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนเขาสูง และหอระฆัง 43 ใบ ที่มีตุ๊กตา 32 ตัวออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้าในหน้าหนาว และ 5 โมงเย็นในหน้าร้อน

ฝรั่งเศส:

ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป เป็นประเทศที่เก่าแก่ และเป็นต้นกำเนิดของศิลปะสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมชั้นเยี่ยมมากมาย อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของฝรั่งเศสซึ่งเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกมีหลายสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟล ซึ่งเป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กที่มีผู้มาเยือนมากกว่าหลายล้านคนในแต่ละปี ประตูชัย – หรืออนุสรณ์สถาน สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือแม้แต่ถนนชองป์สเอลิเซ่ – ถนนที่สวยงามของกรุงปารีสที่คุ้นหูและได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก พระราชวังแวร์ซายส์ – พระราชวังที่มีความงดงาม และใช้เวลาในการสร้างนานถึง 30 ปี พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ – พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกที่เก่าแก่ มีผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่ามากมาย เช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี มหาวิหารโนตเรอดาม – มหาวิหารในสมัยกอธิค (Gothic) และเป็นวัดที่สวยงามอย่างมาก รวมไปถึงระบบขนส่งที่เยี่ยมยอดกับรถไฟความเร็วสูงหรือที่เรียกว่า TGV มีความเร็วที่สูงถึง 300 กม./ชม. มงแซงต์-มิเชล วิหารที่ตั้งอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวกลางทะเล เป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ เทียบได้กับมหาวิหาร Saint Peter Cathedral แห่งกรุงโรม นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในด้านวงการแฟชั่น และน้ำหอมอย่างมากมาย ที่นี่ยังมีงานแสดงศิลปะตลอดปี รวมถึงงานอื่นๆที่สร้างสีสันให้เมืองนี้อยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเทศงานคาร์นิวัล เทศกาลเพลงแจ๊ส เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์

นอร์เวย์:

ประเทศนอร์เวย์ เป็นประเทศที่มีธรรมชาติและภูมิประเทศที่งดงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถไปเยือนและสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของสิ่งต่างๆ ที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นในดินแดนแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาสูง ที่ราบตามแนวชายฝั่งที่ทอดยาว ประกอบกับฟยอร์ดอันเลื่องชื่อ พระอาทิตย์ยามเที่ยงคืนในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งแสงเหนือในช่วงฤดูหนาวเป็นต้น แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ ทั้งยังอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอัญมณีเม็ดงามด้านการท่องเที่ยว ของประเทศนอร์เวย์นั้นคงต้องยกให้ ฟยอร์ด เพราะสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้มาประเทศนอร์เวย์ได้ปีละหลายล้านคน จนทำให้ประเทศแห่งนี้ได้รับอีกหนึ่งฉายาคือ “ดินแดนแห่งฟยอร์ด” ซึ่งเกิดขึ้นจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งเป็นเวลาหลายแสนปี และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆ นอร์เวย์ก็แสดงถึงเสน่ห์ที่แตกต่างกันได้อย่างโดดเด่นไม่แพ้ที่ใดในโลก ไม่ว่าจะเป็นสวน Vigeland Park – สวนปฎิมากรรมกลางแจ้งใจกลางออสโล เป็นรูปปั้นหินที่แสดงเกี่ยวกับวัฏจักรของชีวิตมนุษย์ ย่านคาร์ลโจฮันเกท – แหล่ง shopping ที่เลื่องชื่อของเมืองออสโล เมืองเบอร์เกน – เมืองเก่าแก่มากกว่า 900 ปี ย่านตลาดปลา ตลาดนัดขายสินค้าพื้นเมือง ทำให้เป็นเมืองท่าที่แสนงดงามอีกเมืองหนึ่ง ประกอบกับเทศกาลที่แต่งแต้มสีสันให้กับประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรีน้ำแข็งที่มีการเล่นเครื่องดนตรีที่แกะสลักจากน้ำแข็งบนเวที ซึ่งทุกสิ่งในงานล้วนทำมาจากน้ำแข็งและตกแต่งอย่างสวยงาม เทศกาลล่าปลาโลมาและวาฬ เทศกาลไวกิ้งสุดยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ตื่นตาตื่นใจและเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งปี

สวีเดน:

ประเทศสวีเดน มีกรุงสตอกโฮล์ม เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของประเทศ เป็นนครอันงดงามที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจนได้รับขนานนามว่า "ความงามบนผิวน้ำ" (Beauty on Water) หรือราชินีแห่งทะเลบอลติก มีปราสาทคาลมาร์ ที่เป็นสัญลักษณ์ของระเทศสวีเดน ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ข้าศึกเข้ามาโจมตีเมือง โรงละครแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล พิพิธภัณฑ์วาซา – แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่มีเรือรบโบราณที่ยิ่งใหญ่ งดงามและทรงอานุภาพที่สุดชื่อ "วาซา" แต่กลับจมลงก้นทะเลหลังจากปล่อยลงน้ำเพียง 30 นาทีเมื่อ 333 ปีที่แล้วและเพิ่งได้ถูกกู้ขึ้นและนำมาตกแต่งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เมืองเก่า Gamla Stan – เมืองที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคแบบโบราณและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมวิวสวยๆ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ถ่ายรูปกันอย่างจุใจ ปราสาทโตรทนิงโฮล์ม – งดงามและหรูหราทุกจุดในปราสาททำให้ตื่นตาตื่นใจไม่รู้ลืม เมืองยุคไวกิ้ง – ที่จะทำให้ได้รู้จักโบราณคดียุคไวกิ้งมากขึ้น เมืองวิสบี – เมืองเก่าแก่และน่าทึ่งโดยมีสวนพฤกษชาติที่ทำให้เมืองนี้ถูกขนานนามว่า “เมืองแห่งกุหลาบ” วิหารลูเธอแรน – โบสถ์เก่าแก่ประจำเมือง สิ่งที่โดดเด่นของวิหารนี้คือ หอคอยคู่และนาฬิกาที่ออกแบบให้ดูเหมือนกษัตริย์ 3 พระองค์ นอกจากสิ่งล้ำค่าในอดีตที่กล่าวมา สวีเดนยังมีวิวธรรมชาติที่ใสสะอาด เทศกาลต่างๆในสวีเดนที่ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถร่วมสนุกได้แก่ Easter Witches – โดยจะมีเด็กๆ แต่งกายเป็นแม่มดพร้อมไม้กวาด ออกเคาะประตูตามบ้านเรือนเพื่อรับขนมหวาน เทศกาลเพื่อต้อนรับฤดูใบไม้ผลิในวันสุดท้ายของเดือนเมษาที่จะมีผู้คนทำกิจกรรมรอบกองไฟและร้องเพลงร่วมกัน และวันชาติสวีเดนในวันที่ 6 มิถุนายน จะมีการบรรเลงดนตรี เต้นรำ และประดับธงชาติกันทั่วทั้งเมือง

เนเธอร์แลนด์:

ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ทำให้เราต้องนึกถึงดอกทิวลิป ซึ่งสวนทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็คือสวนสาธารณะ Keukenhof ซึ่งมีดอกไม้มากกว่า 7,000,000 ดอก ทั้งกล้วยไม้นานาพันธุ์ กุหลาบ คาร์เนชั่น ไอริส ลิลลี่ แดฟโฟดิล ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปั่นจักรยานในทุ่งทิวลิปและกังหันลม เดินริมฝั่งคลองในอัมสเตอร์ดัมที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ของตัวมันเอง Cube Houses ซึ่งจะประกอบไปด้วยบ้านเก่าแก่เรียงราย และมีสะพานสำคัญๆ เช่น สะพานแดง Willemsbrug – เป็นสะพานแขวนยาว 318 เมตรเชื่อมทิศเหนือกับทิศใต้ของเมือง สะพานขาว Erasmusbrug – เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเนเธอร์แลนด์ด้วยความยาวทั้งสิ้น 800 เมตร พร้อมชื่นชมมหาวิหารเซนต์มาร์ตินที่อูเทรชท์ – ศิลปะสไตล์กอธิค Dom Tower – หอคอยของโบสถ์ที่สูงและเก่าแก่และกลายเป็นแลนด์มาร์คของเมือง Trajectum Lumen – เส้นทางแสดงศิลปะใจกลางเมือง ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ของบ้านเมือง ตึก สะพาน ซึ่งมีแสงสีประดับประดา Vrijthof Square – จตุรัสที่เป็นประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ร้านอาหารและคาเฟ่มากมาย The Mills of Kinderdijk – ดินแดนแห่งกังหันที่ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ให้ภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ Zaanse Schans – หมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมต่างๆ ของชาวฮอลแลนด์ไว้ เช่นบ้านสไตล์โบราณ ทุ่งเลี้ยงแกะ ฟาร์มชีสและยังได้ลองชิมชีสแบบชาวดัตช์ รวมทั้งอื่นๆ อีกมากมายที่รอให้ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าไปสัมผัสที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยตัวท่านเอง

แคนาดา:

ประเทศแคนาดา ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก มีเมืองหลวงชื่อ Ottawa ที่สวยงามติด 1 ใน 8 เมืองหลวงที่สวยที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่น่าอยู่อันดับหนึ่งของโลกจากการจัดอันดับของสหประชาชาติ มีทัศนียภาพที่สวยงาม ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูง มีน้ำตกไนแองการาที่เป็นที่รู้จักกันดีและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทุกคนต้องมาให้ได้ หอคอยซีเอ็น (CN Tower) อยู่ริมทะเลสาบออนตาริโอ – เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลกซึ่งเคยได้รับการบันทึกว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงอันดับ 3 ของโลก และเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของที่นี่อีกด้วย อีกทั้งยังมีซัสแคตเชวันที่เต็มไปด้วยทะเลสาบมากมายกว่า 100,000 ทะเลสาบ Notre Dame Basilica – หนึ่งในโบสถ์ที่งดงามชวนหลงใหลใน Montreal Rideau Canal ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมของทะเลสาบ แม่น้ำและลำคลอง ต่อกันยาวถึง 202 กิโลเมตร ในฤดูหนาวลำคลองจะเป็นน้ำแข็งกลายเป็นลานให้เล่นสเก็ตได้ เมือง Yukon ซึ่งเมืองเล็กที่สุดและเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นแสงเหนือที่ส่องแสงงดงามบนฟ้า เมืองควิเบก – เมืองมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของแคนาดา ก็ยังมีความน่าตื่นตาจากชุมชนที่สร้างขึ้นบนหน้าผา เต็มไปด้วยคริสตจักร คอนแวนต์ และอนุสาวรีย์

ทางฝั่งตะวันตกมีสวนสแตนลี่ย์ (STANLEY PARK) ตั้งอยู่กลางเมืองแวนคูเวอร์ เป็นเหมือนเกาะยื่นลงไปในเบอร์ราดอินเลท (Burrard Inlet) ในสวนจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปี จุดเด่นของสวนคือกลุ่มเสาโทเทม (Totem) ติดตั้งเพื่อระลึกว่าบริเวณนี้เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวพื้นเมืองอินเดียนมาก่อน สะพานแขวนคาพิลาโน (CAPILANO BRIDGE) ซึ่งเป็นสะพานไม้แขวนที่ยาวที่สุดในประเทศ ยาวถึง 230 ฟุต ข้ามเหวลึกและสามารถชมคาปิลาโนแคนยอนที่อยู่ลึกลงไปเบื้องล่าง มีเกาะวิคตอเรียที่ๆ อาจมีโอกาสได้เห็นฝูงปลาโลมาและปลาวาฬเพชฌฆาตว่ายวน และมีสวนบูชาร์ด (Butchart Gardens) สวนดอกไม้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสวนดอกไม้ที่งดงามที่สุดในโลกซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปีอีกด้วย

Register here