Thai-Aupair Logo
Thai-Aupair Logo
× Home About Us News & Promotions Au Pair Programs ACT Education Services CNU for Nurse in USA Visa Support Contact Us APPLY NOW !
Au Pair Programs

อเมริกา:

 

 

 

 

 

อเมริกา เป็นประเทศหนึ่งที่หลายๆ คนใฝ่ฝันว่าอยากจะไปเที่ยวสักครั้งในชีวิต ผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์อินอเมริกา นอกจาก  จะได้ใช้ชีวิต 1 ปีกับครอบครัวชาวอเมริกัน ฝึกภาษากับเจ้าของภาษา มีที่พัก อาหาร และทุนเรียนฟรีแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่าง ได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่หลากหลายและน่าสนใจของแต่ละรัฐ อีกทั้งยังมีโอกาสได้ ตามรอยภาพยนตร์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นสะพานโกลเด้นเกท ถนนฮอลิวู้ด เบเวอร์รี่ฮิลล์ เที่ยวในสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ หรือ ยูนิเวอร์แซล ที่รัฐ California หรือเข้าพักในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล อย่าง Las Vegas หรือจะเลือกท่องเที่ยวสายธรรมชาติและทะเลฝั่งอเมริกา ที่อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน น้ำตกฮาวาซู แอนเทโลป เกาะฮอนโนลูลู เพิร์ลฮาเบอร์ ไมอามี่ ส่วนทางด้านฝั่ง East Coast ก็ยังมีทำเนียบขาวในเมืองวอชิงตันดีซี แล้วมาแวะเยี่ยมชมตึกเอ็มไพร์สเตจซึ่งเป็นอาคารระฟ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น แวะถ่ายรูปชิลๆกับเทพีเสรีภาพที่มหานครนิวยอร์กซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยผลงานทางด้านศิลปะที่น่าสนใจ และมีความหลากหลายของผู้คนในท้องถิ่น หรือไปสัมผัสสถานที่ ประสูติของในหลวงรัชกาลที่ 9 แวะชมจัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square) ที่เมืองบอสตัน นอกจากนี้พิพิธภัณฑ์หลายแห่งในประเทศอเมริกายังอนุญาตให้ผู้คนเข้าชมได้ฟรี และยังมีเทศกาลวันสำคัญต่างๆ ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์ ที่อเมริกาได้สนุกสนาน และเรียนรู้กันตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน

ออสเตรเลีย:

ออสเตรเลีย หรือที่รู้จักกันในนาม แดนจิงโจ้ เป็นประทศที่มีความหลากหลายในวัฒนธรรมของตนเอง แต่แฝงไว้ด้วยความสงบ และน่าพักผ่อน มีภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่แสนจะงดงาม ซึ่งพร้อมจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกว่าประเทศอื่นใดในโลก ผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์อินออสเตรเลีย นอกจากจะมีงานรองรับเมื่อเดินทางไปถึงแล้วยังมีห้องพักส่วนตัว ได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่สัปดาห์แรก และมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ที่พร้อมจะคอยให้ความช่วยเหลือตลอดการเข้าร่วมโครงการฯ อีกทั้งยังจะมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงละครโอเปร่าเฮ้าส์ สัญลักษณ์ของเมืองซิดนีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลก เคียงคู่กับสะพานฮาร์เบอร์ วนอุทยานบลูเม้าท์เท่น หิน Twelve Apostles ซึ่งตั้งชื่อตาม 12 นักบุญ และวิวท้องทะเลอันแสนสวยงาม รวมถึงขบวนพาเหรดนกเพนกวินบนเกาะฟิลลิป หรือไปเยี่ยมชม “โกลด์โคสท์” เมืองสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่มีหาดทรายสีทองยาวสุดสายตา และ“เกาะมอเรตัน” ที่เต็มไปด้วยความงามของหาดทรายและโลมาที่น่ารักและแสนรู้ มูฟวี่เวิลด์ และ SEA WORLD สวนสนุกทางน้ำที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้นมากมาย ที่กำลังรอผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์อินออสเตรเลีย ได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ระหว่างปีออแพร์อีกด้วย คลิกที่รูป เพื่อศึกษาข้อมูลโครงการออแพร์ที่ประเทศออสเตรเลียกันได้เลย

เบลเยียม:

เบลเยียมเป็นประเทศเล็กๆที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่นๆในโลก เป็นดินแดนแห่งสถาปัตยกรรมอันแสนสวยงามและน่าประทับใจ มีอาหารชั้นเยี่ยมรวมทั้งขนมท้องถิ่นอย่างวาฟเฟิลของที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย แล้วยังมีร้านช็อกโกแลตดังๆ ที่มีรสชาติหอมหวานและคุณภาพดีที่สุดในโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่ผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี อาทิเช่น พระราชวังและมหาวิหารตระการตา ที่เมืองแอนต์เวิร์ป หรือ “เมืองบรูจส์” ซึ่งเป็นเมืองมรดกของโลก โดยบ้านแทบทุกหลังในเมืองนี้ถูกสร้างเป็นแบบบ้านสไตล์อิฐ ให้อารมณ์เก่าแก่ ดูน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีเทศกาลท้องถิ่นดีๆ ที่น่าสนุกสนานจำนวนมาก แล้วยังเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ สำหรับน้องๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่น เป็นประเทศที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีด้านการคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพจึงสามารถเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรปได้สะดวกมากมาก เช่น รถไฟจากบรัสเซลล์ไปปารีส(ฝรั่งเศส) หรือจากบรัสเซลล์ไปอัมสเตอร์ดัม(เนเธอร์แลนด์) โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น สำหรับโครงการออแพร์ที่ประเทศเบลเยียมนี้เหมาะกับน้องๆ ที่มีอายุไม่เกิน 25 ปี และพี่ขอแนะนำน้องๆ ว่าควรจะเลือกเป็นประเทศแรกๆ ที่จะไปหาประสบการณ์ออแพร์กัน เนื่องจากมีการจำกัดอายุของผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งต้องไม่เกิน 26 ปีเท่านั้น

เยอรมัน:

เยอรมัน เป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องความมีระเบียบวินัยของผู้คน บ้านเมืองสะอาด และเงียบสงบ และที่นี่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป เพราะตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรปจึงทำให้เยอรมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการท่องเที่ยวในแถบภูมิภาคนี้ โดยลักษณะภูมิประเทศของเยอรมันมีทิวทัศน์ที่งดงามแตกต่างกันไปในหลายรูปแบบ สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นในเยอรมันก็มีมากมายอันได้แก่ โบสถ์ วิหาร และสถาปัตยกรรมอันแสนสวยงาม อาทิเช่น “Berliner Mauer หรือ กำแพงเบอร์ลิน” ซึ่งประวัติในอดีตมีการแบ่งแยก โดยในปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่กิโลเมตรเพื่อเก็บไว้เป็นอนุสรณ์สถานให้กับคนรุ่นหลัง และ“Brandenburg Gate - ประตูบรันเดินบวร์ค” ที่เป็นจุดแบ่งกรุงเบอร์ลินออกเป็นสองส่วน คือตะวันออกและตะวันตก นอกจากนี้ก็ยังมี “พระราชวังวีร์สบวร์ก” ที่ติดอันดับพระราชวังบาร็อคที่แสนสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป รวมถึง “Marienplatz - จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์” ที่เป็นศูนย์กลางการจัดงานสำคัญทางวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งมีสิ่งที่น่าชื่นชมมากมาย อย่างเช่น รูปปั้นพระแม่มารีทองคำบนภูเขาสูง และหอระฆัง 43 ใบ ที่มีตุ๊กตา 32 ตัวออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้าในฤดูหนาว และ 5 โมงเย็นในฤดูร้อน แล้วยังมี “ปราสาทนอยชวานชไตน์” สัญลักษณ์ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ซึ่งประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน มีทะเลสาบและธารน้ำล้อมรอบ และภายในตัวปราสาทก็ได้ตกแต่งไว้อย่างอลังการ

สำหรับผู้สนใจที่จะไปเป็นออแพร์ที่ประเทศเยอรมัน จำเป็นจะต้องมีผลภาษาเยอรมันมาอย่างน้อยระดับ A1 และน้องๆ ผู้ชาย ก็สามารถรับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการในประเทศนี้ด้วยเช่นกัน ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูล เพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ก่อนสมัครเข้าร่วมโครงการฯ

ฝรั่งเศส:

ฝรั่งเศสถือว่า เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป เป็นต้นกำเนิดของศิลปะทางด้านสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมชั้นเยี่ยมมากมาย และยังเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนมากที่สุดในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นก็มีอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น “หอไอเฟล” ซึ่งเป็นหอคอยโครงสร้างเหล็กที่มีผู้คนมาเยือนมากกว่าหลายล้านคนในแต่ละปี ประตูชัย L'Arc de Triomphe” อนุสรณ์สถานสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ“พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ - Louvre Museum” ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกที่เก่าแก่ มีผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่ามากมาย อาทิเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี เข้าเยี่ยมชมมหาวิหารโนตเรอดามที่ถือกันว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในลักษณะกอธิคแบบฝรั่งเศส รวมไปถึง “Champs-Élysées ถนนชองป์สเอลิเซ่” แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกทุกแบรนด์เป็นถนนที่สวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงปารีส และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย หากมีโอกาสได้นั่งรถไฟออกนอกเมืองปารีสไปอีกสักหน่อย ก็สามารถแวะชม “พระราชวังแวร์ซายส์” ที่มีความงดงามและประวัติอันยาวนาน ใช้เวลาในการสร้างนานเกือบ 30 ปี รวมไปถึงระบบขนส่งที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงถึง 300 กม./ชม. หรือที่เรียกว่า TGV นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในด้านวงการแฟชั่น และน้ำหอมอย่างมากมาย ที่นี่ยังมีงานแสดงศิลปะตลอดทั้งปี รวมถึงงานอื่นๆ ที่คอยสร้างสีสันให้เมืองนี้น่าไปเยือนอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลคาร์นิวัล เทศกาลเพลงแจ๊ส หรืองานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ที่คนไทยเราน่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดี สำหรับผู้สนใจที่จะไปเป็นออแพร์ที่ประเทศฝรั่งเศส จะต้องมีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศส และมีผลภาษาระดับ A1 โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้พัฒนาภาษาให้แข็งแรงมากขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี

เนเธอร์แลนด์:

ถ้าพูดถึงประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ต้องนึกถึงดอกทิวลิปและกังหันลม ไม่ว่าจะเป็น The Mills of Kinderdijk ดินแดนแห่งกังหันที่ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ให้ภาพที่สวยงามและน่าประทับใจ หรือการได้ไปชมสวนสาธารณะ Keukenhof ซึ่งเป็นสวนทิวลิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก แวดล้อมไปด้วยกล้วยไม้นานาพันธุ์ ดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่น ไอริส ลิลลี่ แดฟโฟดิล หรือจะแวะเที่ยว Cube Houses และชมสะพานแดงวิลเลมส์บรูก์และ สะพานขาวอีราสมูส โดยสะพานทั้งสองแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำมาสที่ใสสะอาดและเป็นสะพานที่เชื่อมเมือง Rotterdam นอกจากนี้ยังมีอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดคือ มหาวิหารแบบโกธิกของเซนต์มาร์ติน ตั้งอยู่ที่เมือง Utrecht ซึ่งใช้เวลาการก่อสร้างนานเกือบ 200 ปี และเมื่อได้เข้าเมืองหลวงอย่างเมืองอัมสเตอร์ดัม ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก็ต้องไม่พลาดกับการมาล่องเรือชิวๆ ชมบรรยากาศและสถาปัตยกรรมอันแสนสวยงาม ถ่ายรูปสวยๆ สองฝั่งคลองที่นี่มีคลองมากกว่า 165 แห่ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยยูเนสโก้ (UNESCO) แล้วแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านแอนน์ แฟรงค์ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญและโด่งดังไปทั่วโลก เพราะได้บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในช่วงเวลาที่เเสนยากลำบากของสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีหลายๆ สถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ไปสัมผัสที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าออแพร์ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์จะจำกัดอายุไว้ไม่เกิน 31 ปีแต่ พี่ๆ ไทยออแพร์ขอแนะนำให้น้องๆ เริ่มโครงการตั้งแต่อายุ 28 ปี เพื่อโอกาสในการเตรียมประสบการณ์และเอกสารต่างๆ ได้ทันเวลา